โรคไอ100วัน
หลังจากที่ผมป่วยไม่สบายอยู่หลายวัน อาการไม่สบายก็หายแล้ว แต่อาการไอยังไม่หาย เป็นเรื่้อรังมานานแล้ว ลักษณะจะเป็นไอแบบแห้ง ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ผมจำได้ว่าเคยไอเรื้อรังอย่างงี้มาครั้งนึง ตอนที่เรียนอยู่ จำได้ว่าไอเรื้อรังตอนที่หายป่วยนี่แหละ แต่แล้วมันก็หายไปเอง เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ตอนนี้เป็นอีกครั้งเลยเริ่มสงสัยตัวเองแล้วหล่ะว่าเป็นอะไรกันแน่ วันนี้ได้มีโอกาสอ่านเจอ ชื้อโรคก็แปลกๆ อ่านไปแล้ว เราก็เข้าข่ายนี่หว่า เลยเอาเรื่องมาเสอนให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับตามนี้เลย
ช่วงหน้าฝน จะเป็นช่วงที่ผู้คนจะมีโอกาสเป็นหวัดได้บ่อยๆ ซึ่งบางครั้ง แม้ว่าอาการเป็นไข้ เจ็บคอ คัดจมูกจะหายไปแล้ว แต่ยังมีอาการไอหลงเหลืออยู่ ในบางคนอาการไอนี้ คงอยู่เป็นระยะเวลานาน หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า ไอ 100 วัน ในทางการแพทย์ โรคนี้เราเรียกว่า โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เรามาลองทำความรู้จักโรคนี้กันครับ
หลอด ลมอักเสบเฉียบพลัน เป็นการอักเสบของหลอดลม ซึ่งมักจะตามหลังการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้น เช่นเป็นหวัด เจ็บคอ หรือมีเสียงแหบ สาเหตุโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากเชื้อไวรัส มีส่วนน้อยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ป่วยจะมีอาการที่สำคัญ คือไอมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือเมื่ออยู่ในที่มีอากาศเย็น เวลาไอ มักจะไอต่อเนื่องเป็นระยะหรือเป็นชุดยาวๆ ไอจนตัวโยน ไอจนเจ็บชายโครง หรือในบางคน อาจมีอาการไอจนมีปัสสาวะเล็ด ช่วงแรกๆ ของการไอ อาจมีอาการไอแห้ง แต่หลังจากนั้น มักจะมีเสมหะออกมา ลักษณะเสมหะ อาจเป็นสีขาวใส หรือขาวข้นเหมือนแป้งเปียก หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เซลเยื่อบุหลอดลมหลุดลอกเป็นจำนวนมาก อาจมีเสมหะสีเขียว หรือสีเหลือง
อาการไอ มีสาเหตุมาจาก ร่างกายพยายามขับเสมหะ ที่ออกมาจากเยื่อบุหลอดลม ซึ่งถูกสร้างมากกว่าปกติ อันมีผลมาจากการอักเสบติดเชื้อ การสร้างเสมหะนี้จากการอักเสบนี้ จะคงอยู่เป็นเวลานาน แม้ว่าการติดเชื้อจะถูกภูมิต้านทานของร่างกายกำจัดไปแล้ว แต่การสร้างเสมหะยังมีมากอยู่ นี่เป็นสาเหตุของการมีไอเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานาน เมื่อการอักเสบลดลง อาการไอก็จะลดลง โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลานาน อาจนานถึง 100 วัน อย่างที่คนโบราณว่า
การวินิจฉัย สามารถทำได้โดย ประวัติที่มักจะมีการติดเชื่อในทางเดินหายใจส่วนต้นนำมาก่อน อาจมีเสียงแหบ จากการที่มีกล่องเสียงอักเสบ หลังจากนั้นก็มีอาการไอมีเสมหะตามมา อาการไอมักเป็นมากตอนกลางคืน ตรวจร่างกาย พบว่ามีเสียงของเสมหะ รวมทั้งมีเสียงของหลอดลมตีบร่วมด้วย การรักษาสามารถทำได้โดย
* หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ ควันประกอบอาหาร
* ดื่มน้ำมากๆ น้ำเป็นยาลดบวม ยาละลายเสมหะที่ดีที่สุด
* ยาละลายเสมหะ เพื่อทำให้เสมหะเหนียวน้อยลง ทำให้ร่างกายขับเสมหะออกมาได้ดีขึ้น
* ยาขยายหลอดลม เพื่อบรรเทาอาการไอ โดยมีทั้งแบบรับประทาน และแบบสูด หรือพ่น
* ไม่ควรรับประทานยาแก้ไอ เนื่องจากยาแก้ไอ จะไปกดระบบประสาทส่วนกลาง บังคับให้หยุดไอ ซึ่งผู้ป่วยจะดีขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก ต่อมาจะกลับมาไอมาก เนื่องจากทำให้เสมหะคั่งค้างอยู่ในหลอดลมเป็นจำนวนมาก และทำให้การอักเสบเป็นยาวนานขึ้น
* โดยส่วนใหญ่ มักเกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ ในรายที่มีอาการแสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เสมหะเขียวมาก หรือมีไข้ร่วมด้วย
โดยทั่วไป หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ใช้เวลาในการรักษา 1-2 สัปดาห์ ไม่หายใน 2-3 วัน และผู้ที่เคยไปหลอดลมอักเสบ มีแนวโน้มที่อาจเกิดหลอดลมอักเสบได้อีก หากมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้น ดังนั้น การดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ
cradit:http://www.bangkokhospital.com/ent/?p=181
3 comments August 5, 2009
น้ำใจในน้ำเปล่า
หลังจากที่กลับมาอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ออนไลน์เท่าไหร่นัก ก็เลยไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้ลงบล็อก มาวันนี้นึกขยันขึ้นมา เลยหาเรื่องเขียนซะหน่อย ให้บล็อกมันได้มีการเคลื่อนไหวกันบ้าง เอาหล่ะเข้าเรื่องดีกว่า…
สมัยนี้อะไรๆมันก็เป็นเงินเป็นทอง เป็นธุรกิจกันหมด เดี๋ยวนี้ลองสังเกตุดูว่าเวลาเราไปกินข้าวไม่ว่าจะร้านไหน ส่วนใหญ่เขาจะคิดเงินค่าน้ำแข็งกับน้ำเปล่าด้วย เริ่มจากราคาแก้วละ 50 สตางค์ แล้วยิ่งสมัยนี้ถึงแก้วละ 2 บาทแล้ว สมัยก่อนตอนเด็กคงจะจำกันได้ ว่าเราไปกินข้าวที่ร้านอาหาร จะมีเด็กในร้านรีบเอาน้ำมาให้ก่อนเลยแล้วเค้าก็ไม่ได้คิดเงินค่าน้ำเปล่านั้นด้วย ผมว่ามันเป็นน้ำใจของคนในสังคมไทยนะ ที่เวลาแขกไปใครมาที่บ้านเรา เราก็จะต้อนรับอย่างแรกเลยก็คือน้ำเปล่าเย็นๆเพื่อความชื่นใจมาให้ แต่แต่ปัจจุบันขนาดน้ำเปล่าก็ยังคิดเงินเลย ผมว่านะต้นทุนน้ำเปล่ามันไม่เท่าไหร่หรอก แต่มาเก็บเราตั้งสองบาท แต่ยังงัยเราก็ต้องจ่ายอ่ะนะ เราตกอยู่ในสถาการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เล่ามาทั้งหมดมันก็ไม่ได้อะไรมากหรอก แค่อยากจะบอกว่าสมัยนี้น้ำใจมันกลายเป็นน้ำ”เงิน” กันหมดแล้ว……………………..(ระบายอารมณ์)
อัพบล็อกครั้งนี้ ไม่รู้ว่าอีกนานป่าวกว่าจะได้อัพอีก เหอๆ แต่จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอ
2 comments July 29, 2009
ช้าง ช้าง ช้างก้านกล้วย
หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องก้านกล้วย(ภาค 1) เมื่อวันพุธที่ 15 ที่ผ่าน ทางช่อง 7 เค้านำมาฉาย วันนี้ก็มีโอกาสได้ไปดูภาค 2 ในโรงซะด้วย สาเหตุที่ได้ไปดูที่โรงมันมีที่มาที่ไป คือผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่า มีโครงการ ก้านกล้วยช่วยชาติ คือสามารถดูหนังเรื่องก้านกล้วยได้ในราคา 50 บาท กับโรงภาพยนต์ที่ร่วมรายการ แล้ววันนี้ก็ได้คุยกับเพื่อน @zaimac จึงรู้ว่ามีโครงการนี้และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายซะด้วย เพื่อไม่ไห้พลาดโอกาส จึงไปดูกันสามคน กับเพื่อนอีกคนนึง โดยการโทรไปจองตั๋วก่อน ซึ่งก็เหมือนจะรู้งาน ไปที่โรงหนัง คนเยอะมากๆ ลูกเด็กเล็กแดงก็เต็มไปหมด (สงสัยจะมาดูก้านกล้วยกัน) ในใจก็นึกตื่นเต้นแทนเด็กๆไม่ได้ ที่จะได้เข้าโรงหนัง จะมีซักกี่เรื่องที่เป็นหนังฉายในโรง แล้วเหมาะสมกับวัยของเด็กๆจริงๆ
บรรยากาศในโรงก็เป็นอย่างที่คิด คึกคักมาก เด็กๆเต็มไปหมด หลากหลายวัย ระหว่างที่ดูรู้สึกได้ถึง ความสุขของเด็กๆที่ได้ ลุ้นไปกับการพจญภัยของช้างเด็กในเรื่อง มีเสียงหัวเราะของเด็กๆในโรงเป็นระยะ ไอ้เราก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะตามไปด้วย หลังจากที่ดู รู้สึกชอบและชื่นชมการทำเอนิเมชั่นของคนไทยนะ โดยรวมแล้วก็ไม่แพ้ของฝรั่งเค้าหรอก ส่วนตัวชอบเนื้อเรื่องการผจญภัยของช้างเด็กในเรื่องมากกว่า เป็นเพราะเสียงภาคของเด็กๆด้วยมั้ง น่ารักดี บวกกับความใสๆประสาเด็กของตัวละครเด็กแต่ละตัว สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ เลยทำให้ชอบเป็นพิเศษ แต่ส่วนอีกแง่มุมนึงเรื่องการต่อสู้ ความรุนแรง เด็กๆก็คงจะต้องอยู่ในการแนะนำของผู้ใหญ่อ่ะนะ
สรุปโดยรวมแล้ว หนังเรื่องนี้เหมาะสมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่สำคัญเป็นของคนไทย น่าสนับสนุนครับ ชอบๆ
ปล. ที่เล่ามามันก็ไม่ได้มีแก่นสารอะไรหรอก แค่อยากจะบันทึกเอาไว้ว่าวันนี้ได้ไปดูหนังมาเท่านั้นเอง เหอๆ
1 comment April 20, 2009
ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ
วันนี้มีโอกาสได้อ่านหนังสือที่ได้ซื้อมาเมื่อ 5 วันก่อน จากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตย์ หนังสือมีชื่อว่า ถอดรหัสอัจฉริยะ MIND GAMES ผู้เขียน Michael Powell บทนึงที่อ่าน มีชื่อว่า ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ซึ่งกล่าวถึง การดื่มน้ำ และสุขภาพของเรา ซึ่งน้ำนั้นมีส่วนสำคัญต่อสมองเราอย่างมาก แต่จะเป็นอย่างไรล่ะ ไปดูกัน

สมองของคนเรามีส่วนประกอบของน้ำถึง 85% ถ้าวันใดเราขาดน้ำ จะทำให้การใช้สมองของเราไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงการใช้ความคิด และการทำงานของระบบอื่นๆในร่างกายอีกด้วย วันนี้จะมาพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เราต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว
1. น้ำเป็นปัจจัยอันดับสองในการดำรงชีวิต รองจากออกซิเจน
2. ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยน้ำถึง 65%
3. น้ำสร้างความสมดุล และควบคุมระบบการทำงานต่างๆในร่างกายเกือบทุกระบบ เช่น ควบคุมอุณหภูมิ การย่อยอาหาร การขับถ่ายของเสีย เราจะไม่ สารถขับออกเสียออกจากร่างกายได้เลย หากร่างกายขาดน้ำ
4. อาการปวดศีรษะและการอ่อนเพลียส่วนใหญ่มีสาเหตุการสูญเสียน้ำในร่างกาย
5. เราต้องเสียน้ำในร่างกายโดยการขับออกทางเหงื่อ ปัสสาวะ และของเสียอื่นๆ แม้กระทั่งขณะที่เราหายใจออกก็ตาม
6. ถ้าเราปล่อยตัวเองให้กระหายน้ำ นั่นแสดงว่าเรากำลังตกอยู่ในสภาวะร่างกายขาดน้ำ ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพ
7. เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำได้น้อยลง
8. การใช้เวลาไม่กี่วินาที ดื่มน้ำซักแก้ว จะทำให้มีความรู้สึกสดชื่น และการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายดีขึ้น ไปอีกหลายชั่วโมง
9. ถ้าเราต้องการลดความอ้วน แค่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และดื่มน้ำที่สะอาดมากๆ แค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว
10. 20% ของความต้องการน้ำในร่างกายมาจากสมองเป็นสำคัญ
จากทั้งหมดที่กล่าวมา แสดงว่าน้ำมีความสำคัญต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคือ มีประโยชน์ต่อสมองของเรา ดังนั้นจึงอยากชวนทุกๆคน ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละแปดแก้ว และที่สำคัญต้องเป็นน้ำที่สะอาดนะครับ
2 comments April 6, 2009
Hello world!
แค่เริ่มต้นก็มึน เหอๆ post แรกของบล็อก เอาแบบมึนๆเลย ตอนแรกจะใช้ชื่อว่า chideen.wordpress.com แต่ทำไมมันใช้ไม่ได้ก็ไม่รู้ งง!!!ไอ้เราก็ไม่เก่งเรื่องเว็บซะด้วยซิ สงสัยมันคงจะไปซ้ำซ้อนชื่อ user ของมันอะไรซักอย่าง แต่ช่างมัน ชื่อแรกไม่ได้ก็เอาชื่อนี้ก็ดีเหมือนกัน เป็นการเล่นเสียง ออกเสียงเหมือนกัน เพียงแค่เขียนต่างกันเท่านั้นเอง
2 comments April 4, 2009


